ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ ACT

เริ่มฝึกสติด้วยการเดินสำหรับมือใหม่ ในภาษาชาวบ้าน

วิธีฝึกสติที่ง่ายที่สุดคือใช้การเดิน เพราะทุกคนเดินเป็นอยู่แล้ว และแต่ละครั้งที่เท้ากระทบพื้นก็เป็นความรู้สึกที่ชัดเจน รูปแบบนี้จึงเหมาะสำหรับมือใหม่ แต่ทำอย่างไรการเดินจึงจะเป็นการฝึกให้ได้สติความรู้สึกตัว (mindfulness) เป็นหลัก เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เป็นการฝึกสมาธิ (concentration) เพื่อความสงบเป็นหลัก (อย่างที่นิยมสอนในโรงเรียน) การเดินฝึกสติก็มีหลายรูปแบบ บทความนี้เป็นรูปแบบของ หลวงพ่อเทียน ซึ่งง่ายเพราะเดินตามธรรมชาติเหมือนที่เราเดินอยู่ทุกวัน ไม่ต้องเดินช้าๆ ไม่มีสเต็บกำหนดท่าทาง ไม่ต้องคิดคำบริกรรมในใจ ไม่ได้เพ่งความสนใจไปที่เท้า แค่รู้สึกตัวไประหว่างที่เดินแต่ละก้าวเท่านั้น มันทั้งง่ายและเบาสบาย เพราะวิธีนี้ไม่มีความกดดันว่าต้องรู้ให้ต่อเนื่องปราศจากความคิด (ซึ่งทำงั้นจะได้สมาธิมากกว่าสติ) วิธีนี้หลงเมื่อไหร่ก็กลับมารู้สึกตัวใหม่เท่านั้น การรู้สึกความเคลื่อนไหวตรงๆแบบนี้ได้ผลเร็ว แถมทำได้เรื่อยๆตลอดทั้งวัน เพราะมันไม่ได้รบกวนการงานของเรา “สติ” คืออะไร ที่ว่าฝึกสติในที่นี้ ไม่ใช่คำว่าสติในภาษาไทย แต่เป็น สติ ในพุทธธรรม หรือที่ใช้ภาษาอังกฤษว่า “ mindfulne...

รู้สึกแย่ดิ่งสุดๆ ทำไงถึงจะหาย

ถามกันบ่อยที่สุดคือกำลังดิ่งจะทำยังไงดี ปัญหาคืออธิบายตอนนั้นก็ไม่มีสติพอจะเข้าใจอยู่ดี ดังนั้นทุกคนควรเรียนรู้เทคนิคนี้ไว้ล่วงหน้า มันมาจากจิตบำบัดแบบ ACT ( defusion ) ซึ่งมีงานวิจัยจำนวนมากว่าได้ผล แล้วนำมาประยุกต์กับ วิธีเจริญสติแบบเคลื่อนไหว ซึ่งเหมาะกับสถานการณ์ช่วงวิกฤติ วิธีทำก็ง่ายมาก จะยากตรงมันตรงข้ามกับคอมมอนเซนส์ เพราะเราเข้าใจธรรมชาติของใจเราผิดมาตลอด แต่ลองทำดูแล้วก็จะเข้าใจเอง เพราะทุกคนที่จัดการมันได้ ต่างก็ค้นพบเทคนิคนี้ได้เองจากการลองผิดลองถูก ความรู้สึกแย่เกิดจาก “ ความคิด”  เสมอ ความรู้สึกแย่ (เช่นโกรธ เสียใจ น้อยใจ กังวล​) เกิดจาก ความคิด ของเรา เสมอ ไม่เคยเกิดจากอย่างอื่น เช่น เขา พูดไม่ดีกับเราเมื่อเย็นวาน ปรากฏตอนนี้เราก็ยังรู้สึกแย่อยู่ ทั้งที่ไม่ได้ยินคำพูดนั้นแล้ว แต่เราเองเป็นคนเล่นซ้ำคำพูดที่เราเกลียดนั้นในหัวเรามาตลอด เขา เป็นต้นเหตุของความคิดนี้ใช่ แต่ ตอนนี้ ที่กำลังรู้สึกแย่ เกิดจาก ความคิดนี้ ของเรา เอง ที่ผ่านมาตอนนั้นเรามักจะโฟกัสความผิดที่ เขา  ซึ่งยิ่งทำให้ความคิดเราวนเวียนหนักขึ้นเรื่อยๆ ความคิดยิ่งมาก ความรู้สึกเราก็ยิ่งแย่ ด...

ถ้าอยากหาย อย่าอยากหายเร็วๆ ให้คิดแบบนี้แทน

โรคเรานั้นรักษาไปก็หาย แต่ความที่มันทรมาน เราก็มักจะอยากหายเร็วๆ แต่มันไม่ใช่แค่หวัดที่จะหายได้ในไม่กี่วัน แม้อาการบางอย่างเช่นนอนไม่หลับอาจจะดีขึ้นเร็ว แต่อาการดีเพรสกว่าจะดีขึ้นก็เป็นเดือน ถ้าเราอยากหายเร็วๆมันจะทรมานสุดๆ จนสุดท้ายบางคนจะยอมแพ้ไปก่อน ฆ่าตัวตาย หรือไม่ก็เลิกรักษา ทั้งที่อาการก็ดีขึ้นแล้ว และถ้ารักษาต่อไปก็จะหายแน่ๆ แต่การรอคอยนั้นทรมานเกินไป ก็เลยหยุดยาเอง แล้วก็ได้พบกับนรกที่แย่กว่าอาการตอนแรกเสียอีก แล้วก็วนกลับมาเริ่มต้นรักษาใหม่ แต่คราวนี้ยาตัวเดิมอาจไม่ได้ผลเหมือนเก่า การรอคอยนั้นทรมานกว่าอาการของโรค ถ้าเรารอคอยนับวันเมื่อไหร่จะหาย แต่ละนาทีจะยาวนานเหมือนเวลาเดินช้ามาก ความทรมานส่วนนี้จะมากกว่าอาการของโรคทีแรกเสียอีก เหมือนไม่ใช่แค่รอคอยเฉยๆ แต่มีไฟลนหัวใจเราไปด้วย โชคร้ายที่เราจะแยกไม่ออกว่า ความเจ็บปวดส่วนไหนคืออาการของโรค ส่วนไหนมาจากการรอคอย ต่อเมื่อเลิกรอคอยแล้วเราจึงจะเห็นกับตา เมื่อความทรมานหายไป แต่มันยากสุดๆที่ใครจะเชื่อว่าการอยากหายนั้นเป็นโทษ เพราะความอยากหายนั้นเป็นคอมมอนเซนส์มากๆ แล้วมันก็เวิร์กในกรณีทั่วไปด้วย “ต้องอยากได้อันนั้นสิ ถึงจ...